ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วงเวียนทราย

ทรายเอ๋ยทราย เกิดก่อ จากหินผา
กาลเวลา ธารา เซาะแก่งหิน
แม้พายพัด ซัดผ่าน เป็นอาจิน
แปรเป็นดิน หินแกร่ง ยังเปลี่ยนไป
ดินเอ๋ยดิน โถมทับ ถมตัวเจ้า
ต่างอัดเอา แรงทับ นับสงขัย
แปรเป็นหิน เกิดก่อ อีกคราใด
ตระหง่านไว้ ต้านสู้ กาลธารา
จากหินแกร่ง เป็นทราย สาดเซาะซาบ
จากทรายหยาบ สู่เนื้อเนียน ยิบหนักหนา
แปรเป็นดิน ทับถม ตามเวลา
เป็นภูผาหินแกร่งสู้แรงลม
ชี้ให้เห็น สิ่งใดล้วน เกิดในโลก
ต่างมีโชค ตั้งอยู่ เคียงคู่สม
แล้วย่อมถึง วันดับ ลับเสื่อมจม
ด้วยเพราะคม เวลา แปรเปลี่ยนไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หวานแต่ช้ำ

เพียงรสใดฤาหวานเท่าตาลอ้อย แสนหยดย้อยหอมหวนรัญจวนจิต หวานละมุนแม้หนึ่งน้อยหยดนิด หากแม้ชิดเชยชิมคงอิ่มใจ

เกินใคร?

ดีเด่นยอดเยี่ยมดีหรือ นี่คือที่ฝันจริงไหม หากงามเกินหน้าผู้ใด ทำไปก็แค่เท่าตน หากเผลอทำพลาดผิดพลั้ง ใครยั้งทับถมฤาสน แม้งานย่ำที่อับจน ไม่ใช่งานตนแล้วไง ดีจริงหรือไม่ที่ฝัน ที่ฉันจะทำถูกไหม ทบทวนตรึกตรองในใจ แล้วไงถ้าฉันอยากทำ

คนเดียว

ตรงสุดขอบฟ้า....แสนไกล ตรงสุดทิวเขา....แสนยาว จะมีหนึ่งไหม...เหน็บหนาว แค่เพียงหนึ่งใจ ฤามีเพียงสายลมที่คอยห่มกาย และที่เกินคว้า เมฆลอยเบื้องบน เกินใจคนจะคว้าและไขว่ สุดจะหยิบคว้ามาเคียงใจ มันสูงไป เกินใจเอื้อมทัน ยามเมื่อต้องไอแดด ใยไม่แผดเผาใจ หนาวลึกลงข้างใน ใจใยเหน็บหนาวครัน วัน เว ลา ล่วง เลย พ้น ผ่าน นาน อีกนาน อีกนาน สัก เท่าไหน ใจจึงจบ สิ้นลงสิ้นใจ คงหมดหนาว เมื่อคราวสิ้นลม